sexybaccarat เซ็กซี่บาคาร่าออนไลน์ sexygame66 สาวใส่ทูพีชแจกไพ่

pretty gaming
Prettygaming888
sagame66
Sagame66
dg gaming
Dggaming24
ag gaming
Aggaming24
เกมยิงปลา
เกมยิงปลา
pg slot
Pgslot88
joker gaming
THJoker123
biogaming
Biogaming1
เสือมังกร vs บาคาร่า

 ความเหมือนที่แตกต่างของเกมคาสิโนออนไลน์ เสือมังกรและบาคาร่า

เสือมังกร และ บาคาร่า ความเหมือนที่แตกต่าง สำหรับมือใหม่หัดเล่น คาสิโนออนไลน์ บางคนก็มีอาการสับสนกับเกมไพ่หลายสำรับอย่างไพ่ เสือมังกร กับไพ่ บาคาร่า อาจเป็นเพราะว่าทั้งการโฆษณา ทั้งรูปแบบการเล่นมันคล้ายกัน มีทั้งการเดิมพันว่าฝั่งไหนจะชนะวันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับความแตกต่างระหว่างไพ่ทั้งสองนี้กัน ว่ามันต่างกันอย่างไร เล่นยังไง ไปดูกันเลย

เทคนิคการเล่นเสือมังกรให้ได้เงิน

ใบเดียวชี้ชะตา เสือมังกรออนไลน์

เสือมังกร ไพ่นี้จะมีความคล้ายกับ บาคาร่า ก็ตรงที่ใช้ไพ่หลายสำรับในการเล่น (ประมาณ 5 – 7 สำรับ) โดยการเล่นจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งคือ ฝั่งเสือ (Tiger) และฝั่งมังกร (Dragon) สำหรับนักเดิมพันอย่างเรา ๆ ก็มีหน้าที่แค่วางเดิมพันว่าฝั่งไหนจะชนะ ความแตกต่างอย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือจำนวนไพ่ที่ใช้ในการเล่น ดีลเลอร์จะทำการแจกให้ฝั่งละ 1 ใบเท่านั้น โดยที่ฝั่งไหนมีแต้มเยอะสุดจะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งการนับแต้มจะเริ่มตั้งแต่ไพ่ A= 1 แต้ม, ไพ่ที่เป็นตัวเลขจะมีจำนวนแต้มเท่ากับเลขหน้าไพ่, ไพ่ J = 11 แต้ม, ไพ่ Q = 12 แต้ม และสุดท้ายคือไพ่ K จะมีแต้มมากที่สุดคือ 13แต้ม และเนื่องจากเป็นเกมไพ่ที่ใช้ไพ่ใบเดียวในการชี้ผลแพ้ชนะ ก็เลยทำให้ระยะเวลาในการวางเดิมพันมีเพียงแค่ไม่กี่วินาที จึงทำให้ เสือมังกร เป็นเกมพนันใน คาสิโนออนไลน์ ที่ใช้เวลาเล่นน้อยที่สุด

รูปแบบการวางเดิมพัน เสือมังกรออนไลน์

  1. เสือ (Tiger)เป็นการทายว่าฝั่งเสือจะชนะ โดยฝั่งเสือจะต้องมีแต้มมากกว่าฝั่งมังกร อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1
  2. มังกร (Dragon) เป็นการทายว่าฝั่งมังกรจะชนะ โดยฝั่งมังกรจะต้องมีแต้มมากกว่าฝั่งเสือ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1 เหมือนกัน
  3. เสมอ (Tie)เป็นการทายว่าผลที่ออกมาทั้งสองฝั่งจะเสมอกัน โดยฝั่งเสือและฝั่งมังกรจะต้องได้แต้มเท่ากันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมีดอกไพ่เหมือนกัน สำหรับอัตราการจ่ายเมื่อแทงฝั่งเสมอจะสูงถึง 1 : 8 เลยทีเดียว

บาคาร่าออนไลน์ เกมคาสิโนออนไลน์อันดับ 1

เกมไพ่ที่มีมากกว่าคำว่าแพ้ชนะ บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่า กันบ้างครับ อย่างที่บอกไปแล้วว่าไพ่สองชนิดนี้มีจุดไหนที่เหมือนกันบ้าง ทีนี้เรามามองกันที่จุดต่างแรก นั่นก็คือไพ่ชนิดนี้จะแจกให้ฝั่งผู้เล่น (Player) และฝั่งเจ้ามือ (Banker) ฝั่งละ 2 ใบก่อน จากนั้นจะมาวัดแต้มกันว่าฝั่งไหนจะได้แต้มใกล้เคียงกับ 9 แต้มมากที่สุด (แต้มสูงสุดของเกมนี้คือ 9 แต้ม) ซึ่งวิธีการนับแต้มไพ่ บาคาร่า จะนับกันตามนี้

ไพ่ 10 และไพ่ J, Q, K มีค่าเท่ากับ 0 แต้ม ไพ่ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม ไพ่ที่มีหน้าไพ่เป็นตัวเลข มีแต้มเท่ากับหมายเลขหน้าไพ่ สำหรับการนับแต้มไพ่จะนำไพ่สองใบแรกที่ได้รับมารวมกัน แล้วเอาเฉพาะเลขหลักหน่วยมาวัดกัน เช่น A+9 = 10 จะถือว่าได้ 0 แต้ม หรือ 5+8 = 13 จะถือว่าได้ 3 แต้ม เป็นต้น

นอกจากนี้ บาคาร่า ยังมีกฎเกี่ยวกับการจั่วไพ่ใบที่ 3 อยู่ด้วยซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน ทางเจ้ามือหรือผู้แจกไพ่จะเป็นคนคอยดูแลตรงนี้ว่าเมื่อไร ตอนไหน ฝ่ายไหนถึงจะได้จั่วไพ่ใบที่ 3 แม้ว่าเราไม่จำเป็นต้องจำ ก็ควรจะศึกษาเกี่ยวกับการจั่วไพ่ใบที่ 3 ไว้ด้วยครับ เพราะมีหลายคนมักจะเข้าใจผิดคิดว่าถูกเจ้ามือโกง อันที่จริงแล้วเป็นเพราะตัวเองเข้าใจผิด แล้วก็ไม่ไปศึกษาหาข้อมูลตรงนี้ด้วย

รูปแบบการวางเดิมพันหลักๆ บาคาร่าออนไลน์

  • ผู้เล่น (Player)เป็นการทายว่าฝั่งผู้เล่นจะชนะ อัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 1
  • เจ้ามือ (Banker)เป็นการทายว่าฝั่งเจ้ามือจะชนะ อัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 1
  • เสมอ (Tie)เป็นการทายว่าทั้งสองฝั่งจะได้แต้มเท่ากัน อัตราจ่ายคือ 1 : 1
  • ผู้เล่นคู่ เป็นการทายว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งผู้เล่นจะมีหน้าไพ่เหมือนกัน อัตราจ่ายคือ 1 : 11
  • เจ้ามือคู่ เป็นการทายว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งเจ้ามือจะมีหน้าไพ่เหมือนกัน อัตราจ่ายคือ 1 : 11

เว็บตรงบาคาร่าที่ดีที่สุด

ความเหมือนที่แตกต่างของ เสือมังกรและบาคาร่า

มาถึงตรงนี้ผมว่าหลายคนคงจะเข้าใจและเห็นภาพกันแล้วว่า เสือมังกร กับ บาคาร่า เว็บตรงบาคาร่า ต่างกันตรงไหน แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของสูตรเดินเงินที่ทางฝั่งบาคาร่าจะมีให้เลือกใช้มากกว่า ตรงนี้เพื่อน ๆ สามารถไปศึกษาเพิ่มเติมกันได้ แม้มันจะไม่ทำให้เรามีโอกาสชนะเพิ่มขึ้น แต่มันจะช่วยให้เราทำกำไรได้มากยิ่งขึ้นแน่ถ้าเราเป็นฝ่ายชนะ และสามารถทำเงินจากการเล่น คาสิโนออนไลน์ได้เร็วขึ้นอีกด้วย ส่วนใครที่ชอบสาย เสือมังกร ก็สามารถเอาไปใช้ได้เหมือนกัน